เห็ดหลินจือ สุดยอดสรรพคุณทางยา สมุนไพรที่ล้ำค่า

สรรพคุณ เห็ดหลินจือ

วันนี้เรามาทำความรู้จัก เห็ดหลินจือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการรู้จักกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่มีการบันทึกว่ามีการใช้เห็ดชนิดนี้เป็นยามากว่า 2,000 ปีมาแล้ว โดยมีบันทึกในหนังสือเสินหนงเปิ่นเฉ่าหรือ ตำราสมุนไพรโบราณของจีนที่ตกทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยกล่าวกันว่าเป็นยาจีนที่มีสรรพคุณสูง สามารถใช้ในการรักษาโรคต่างๆ บำรุงร่งกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะได้ ซึ่งชาวจีนนั้นยกย่องเห็ดหลินจือกันว่าเป็น ราชาแห่งสมุนไพร กันเลยทีเดียว

เห็ดหลินจือ นั้นเป็นเห็ดที่หาได้ยากยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง โดยนอกจากเห็ดหลินจือจะมีสรรพคุณต่างๆ ที่ดีต่อร่างกายแล้ว เห็ดหลินจือยังไม่มีผลข้างเคียง หรือพิษภัยต่อร่างกายอีกด้วย ซึ่งทางการแพทย์นั้นถือกันว่าเห็ดหลินจือคือสเตรียรอยด์ธรรมชาติที่ไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายมนุษย์ เหมือนสเตรียรอยด์สังเคราะห์

สำหรับ เห็นหลินจือ ถูกบันทึกไว้ว่า มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ที่อยู่ในธรรมชาติ แต่สายพันธุ์ ที่ได้รับความนิยมว่ามีสรรพคุณดีเลิศที่สุด คือเห็ดหลินจือแดง ซึ่งเห็ดหลินจือนี้ จะใช้ในทางการนำมาสกัดเป็นยาเท่านั้น เพราะเนื้อเห็ดมีความแข็ง แกร่งเหมือนเนื้อไม้ ไม่สามารถนำมารับประทานตรงๆ ได้ต้องใช้วิธีการสกัดเอาตัวมาใช้เท่านั้น

สรรพคุณของเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ สรรพคุณ

ได้รับการบันทึกเอาไว้ว่าเป็นยาบำรุงร่งกายชั้นเลิศ สรรพคุณของเห็ดหลินจือ โดยหากรับประทานยาที่สกัดจากเห็ดหลินจือแล้ว จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีผิวพรรณผ่องใส ชะลอความแก่ ถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นเลิศเลยทีเดียว นอกจากนั้นนั้นเห็ดหลินจือยังมีส่วนช่วยบำรุงสายตา ช่วยเสริมสร้างความจำ ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ให้โลหิตไหลเวียนหมุนเวียนดี ป้องกันโรคหัวใจ อัมพาต อัมพฤกษ์ ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเห็ดหลินจือมีสรรพคุณเยอะมาก

นอกจากในด้านการใช้เป็นเครื่องบำรุงร่างกายแล้ว เห็ดหลินจือ ยังถือเป็นยา ที่ใช้ในทางการแพทย์แผนจีนอย่างกว้างขวาง แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ แพทย์แผนปัจจุบันก็ดีมีการสกัดเอาตัวยาจากเห็ดหลินจือไปใช้เช่นเดียวกัน และมีการทดลองกันแล้วก็พบว่า เห็ดหลินจือนั้นมีสรรพคุณในการรักษาโรค และความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ โรคตับ โรคหัวใจตีบ โรคหอบหืด โรคประสาท โรคมะเร็ง เป็นต้น

สำหรับการใช้งานเห็ดหลินจือ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ การนำเอาเห็ดหลินจือที่แห้ง มาต้มแล้วเคี่ยวเอาน้ำที่ได้มาดื่ม ซึ่งเป็นวิธีการที่ยุ่งยาก และอีกประการหนึ่งคือ การรับประทานตัวยาที่สกัด ด้วยการนำเอาเห็ดหลินจือมาบดเป็นผงละเอียด ใส่ในแคปซูล หรืออัดเป็นเม็ดในรูปของอาหารเสริม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่ากรรมวิธีการสกัดเอาตัวยาจากเห็ดหลินจือแดง รวมถึงการเพาะเลี้ยงเห็ดนั้นบางแห่งไม่มีมาตรฐานและความสะอาดมากพอ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายผู้รับประทานได้ ดังนั้นการเลือกรับประทานเห็ดหลินจือ หรือตัวยาที่สกัดมาจากเห็นหลินจือควรเลือกจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน หรือได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (..)

 

 >>> อ่านบทความจบแล้วถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ อย่าลืม กดแชร์ ให้เพื่อนๆหรือคนที่เรารักได้อ่านกันด้วยนะค่ะ <<<

Share Button